เนื่องด้วยสถานการณ์ ณ ปัจจุบันขณะนี้ ทุกคนต้องมีการเว้นระยะห่างซึ่งกันและกัน รวมถึงการทำงานที่หลายคนต้องปรับเปลี่ยนลักษณะงานหรือสถานที่ทำงาน จากปกติต้องเดินทางไปที่ออฟฟิศ ก็ปรับมาทำงานที่บ้านแทน ซึ่งแน่นอนว่าเวลาการทำงานอาจไม่สามารถกำหนดได้เหมือนอยู่ที่ออฟฟิศและงานหลายอย่างต้องปรับมาทำผ่านรูปแบบออนไลน์แทน ทำให้ต้องทำงานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์มากขึ้น และทำเป็นเวลาหลายชั่วโมง ด้วยการทำงานลักษณะนี้เป็นเวลานานหรือบางคนทำงานเพลินจนไม่มีการขยับเคลื่อนไหวร่างกาย ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเกิดอาการปวดขึ้นมาได้ และนอกจากนั่งนานแล้วบางคนมีการนั่งที่ผิดท่าทางก็ส่งผลให้เกิดอาการปวดได้ด้วยเช่นกัน

ขณะที่เรานั่ง กล้ามเนื้อบริเวณหลังจะถูกใช้งานค่อนข้างหนักเพื่อให้สามารถทรงตัวได้ ดังนั้นหากเรานั่งเป็นระยะเวลานานๆไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเลยก็จะทำให้กล้ามเนื้อหลังปวดขึ้นมาได้เนื่องจากทำงานหนักและคงค้างตลอดเวลา ดังนั้นก็ต้องมีการเคลื่อนไหว เปลี่ยนท่าทางระหว่างชั่วโมงการทำงานเพื่อให้กล้ามเนื้อมีการขยับบ้าง และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่ส่งผลให้ปวดขึ้นมาได้คือหากนั่งผิดท่า น้ำหนักลงที่ก้นไม่เท่ากันทั้งสองข้างก็จะทำให้กล้ามเนื้อหลังทั้งสองฝั่งทำงานไม่สมดุลกัน เกิดอาการปวดด้านใดด้านนึงมากกว่าหรือปวดทั้งสองข้างก็ได้ ซึ่งถ้าหากยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่งขณะทำงานให้ถูกต้องก็จะสามารถทำให้เกิดการบิดของกระดูกสันหลังไปจากโค้งปกติและส่งผลให้เกิดอาการปวดได้ในระยะยาว

ท่านั่งที่ดีขณะทำงาน คือ การนั่งให้น้ำหนักลงที่ก้นทั้งสองข้างพอๆกัน กระดูกสันหลังจะต้องอยู่ในโค้งปกติ ไม่ก้มงอไปด้านหน้า และนอกจากจะปรับพฤติกรรมท่าทางการนั่งให้ถูกต้องแล้ว การปรับสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้กระทั่งระยะห่างหน้าจอกับตัวผู้ใช้เองก็ต้องอยู่ในระยะที่เหมาะสมด้วย ถึงจะส่งเสริมให้ท่าทางการทำงานถูกต้องตามหลักที่ควรจะเป็น
และสิ่งที่จะช่วยป้องกันอาการปวดหลังที่สามารถทำด้วยตนเองนั่นก็คือ การเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างวัน อาจจะต้องขยับทุก 1-2 ชั่วโมง ยืดกล้ามเนื้อหลังจากทำงานในแต่ละวันและสุดท้ายที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือการนั่งให้ถูกวิธีหากทำได้ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็จะช่วยป้องกันและลดอาการปวดที่จะเกิดขึ้นได้