ภายในข้อมือของเรา มีอุโมงค์เล็กๆ เรียกว่า Carpal Tunnel เป็นช่องทางที่ประกอบไปด้วยเส้นเอ็นหลายเส้นและเส้นประสาท Median Nerve ครอบไว้ด้วยพังผืดที่เรียกว่า Transverse Carpal Ligament
เมื่อมีการใช้งานมือมากผิดปกติ เช่น พิมพ์งานนานๆ ใช้เมาส์ต่อเนื่อง หรือออกแรงจับอุปกรณ์หนักซ้ำๆ จะทำให้เกิดภาวะดังนี้
เมื่อมีการใช้งานมือมากผิดปกติ เช่น พิมพ์งานนานๆ ใช้เมาส์ต่อเนื่อง หรือออกแรงจับอุปกรณ์หนักซ้ำๆ จะทำให้เกิดภาวะดังนี้
- เส้นเอ็นบริเวณข้อมือเกิด การอักเสบ
- พื้นที่ในอุโมงค์แคบลง
- พังผืดและเอ็นรัดตัวแน่นขึ้น
- เส้นประสาท Median Nerve ถูกกดทับ
ผลลัพธ์คือ เกิดอาการชา ปวด ตึง หรืออ่อนแรงของนิ้วมือ โดยเฉพาะนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง
อาการ
- รู้สึก ชาหรือยิบๆ ที่มือ โดยเฉพาะเวลาพิมพ์งาน ใช้เมาส์ ใช้มือถือ หรือขับรถ
- หากปล่อยนานขึ้น อาจมีอาการ ชาค้างเกือบตลอดเวลา
- รู้สึกว่า มืออ่อนแรง หยิบจับของไม่แม่นยำ ทำงานละเอียด เช่น หยิบเหรียญ ติดกระดุม หรือหยิบปากกาได้ยากขึ้น
- หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจเกิด กล้ามเนื้อบริเวณนิ้วโป้งฝ่อลีบ สังเกตได้จากเนื้อบริเวณโคนนิ้วโป้งยุบลง

สาเหตุ
- ท่านั่งทำงานผิดท่า วางข้อมือพาดโต๊ะเป็นเวลานาน ทำให้เส้นเอ็นบริเวณข้อมืออักเสบ
- ใช้มือแบบ ออกแรงจับแน่นและซ้ำๆ เช่น ตีกอล์ฟ เล่นเทนนิส ยกเวท
- ใช้งานข้อมือแบบ สั่นสะเทือนบ่อยๆ เช่น ใช้เครื่องสกัด เครื่องสั่นพลังสูง
- เกิดการกระแทกซ้ำๆเช่น ตีกอล์ฟ และต่อยมวย

แนวทางการรักษาและบรรเทาอาการ
1) กายภาพบำบัด
- อัลตราซาวด์ลดอักเสบ, คลื่นไฟฟ้า , การประคบน้ำอุ่น
- Nerve Gliding Exercise (ท่าบริหารปล่อยเส้นประสาทให้เคลื่อนไหวได้ลื่นขึ้น)
- การนวด deep tissue massage เพื่อลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อและและช่วยคลาบผังผืด
2) ปรับพฤติกรรม
- ลดเวลาการใช้งานมือถือ/คอมพิวเตอร์แบบต่อเนื่อง
- ไม่วางข้อมือทับขอบโต๊ะขณะพิมพ์
- เลี่ยงการจับของแน่นเกินจำเป็น
3) ใช้อุปกรณ์เสริม
- Wrist Splint (เฝือกพยุงข้อมือ) ใส่ขณะทำงานหรือเวลานอน ช่วยลดการงอข้อมือที่ทำให้เส้นประสาทถูกกดมากขึ้น

4) การใช้ยา
- ยาลดอักเสบหรือสเตียรอยด์ในกรณีรุนแรง ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
5) การผ่าตัด
พบได้ในกรณีที่รักษาหลายเดือนแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการกล้ามเนื้อฝ่อลีบ



