ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันที่มีแต่ความตึงเครียดส่งผลให้ผู้คนส่วนใหญ่เกิดปัญหาสุขภาพตามมาขึ้นมากมาย อันดับต้นๆ เลยคงหนีไม่พ้นอาการปวดศีรษะ ซึ่งอาการปวดศีรษะนั้นมีหลายแบบและหลากหลายสาเหตุ แต่ที่ได้ยินกันบ่อยครั้งคงจะเป็นอาการปวดหัวไมเกรน (Migraine)

โดยลักษณะอาการของการปวดหัวไมเกรนนั้นมักจะมีลักษณะเฉพาะตัว คือ การเริ่มปวดศีรษะข้างเดียวก่อน แล้วจึงเริ่มรู้สึกสองข้างในภายหลัง หรือบางครั้งอาจมีอาการพร้อมกันทั้งสองข้างรู้สึกปวดตุบๆ ข้างขมับเป็นระยะ หรือ ปวดสลับข้างกันไปมา ส่วนมากจะปวดหัวรุนแรงปานกลางไปจนถึงรุนแรงมาก บางครั้งอาจมีรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ในบางรายอาจมีอาการตาลายพร่ามัวด้วย ซึ่งเมื่อเป็นแล้วมักกินเวลาร่วมชั่วโมงไปจนถึง 1 วัน จนถึงขั้นทำให้นอนไม่หลับ

สาเหตุอาการปวดหัว

ในปัจจุบัน ยังไม่อาจรู้ถึงสาเหตุที่แน่ชัด แต่ปัจจัยสำคัญมักเกิดจากภาวะความเครียดทางจิตใจและสภาพอารมณ์ จนทำให้เกิดความผิดปกติของสารเคมีในสมอง จนทำให้เกิดการสื่อกระแสประสาทที่ผิดเพี้ยนไป โดยผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์มักพบว่าเป็นมากกว่าผู้ชาย

โดยบางส่วนอาจเกิดจากปัจจัยกระกระตุ้น เช่น แสงจ้า เสียงดัง กลิ่น อาหารบางชนิด การอดอาหาร การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ

การรักษาอาการไมเกรน

ในปัจจุบันมีการรักษาไมเกรนมากมายหลายแขนง ทั้งการ กายภาพบำบัด ศาสตร์ทางแพทย์แผนจีน แพทย์แผนไทย การรับประทานยา แต่คนส่วนใหญ่มักไม่อยากรับประทานยาซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียกับร่างกายในอนาคต จึงมักมองหาตัวเลือกอื่นก่อน

แพทย์แผนจีนกับไมเกรน

  • การฝังเข็มตามแผนจีน ทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการเลือดคั่ง ซึ่งจุดที่ฝังจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วย
  • การฝังเข็มตามจุดกดเจ็บของกล้ามเนื้อ (trigger point) เป็นการช่วยคลายกล้ามเนื้อตามจุดกดที่สามารถร้าวจนทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้
  • การนวดกดจุดตามแผนจีน

แพทย์แผนไทยประยุกต์กับไมเกรน

  • นวดกดจุดตามแผนไทย เพื่อให้เกิดการไหลเวียนของเลือดไปยังกล้ามเนื้อที่บ่าคอ กล้ามเนื้อที่สามารถทำให้เกิดอาการร้าวขึ้นศีรษะได้

กายภาพบำบัดกับไมเกรน

  • การประคบร้อนประคบเย็น เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัว
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายไม่เกิดความเครียดสะสม เช่น การวิ่งยามเช้า การเล่นโยคะ เป็นต้นแต่การรักษาที่ได้ผลที่สุดคือการหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 6 – 8 ชั่วโมง กินอาหารให้ครบตามหลัก 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าอาการปวดหัวไมเกรนจะมารบกวนคุณได้อีก
Call Now Button