
สาเหตุของภาวะชี่ติดขัดและเลือดคั่งมักพบได้บ่อยจากการขาดการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างพอหรือการมีสภาวะอารมณ์และจิตใจที่ไม่สมดุล เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะนี้ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลียง่าย รู้สึกกล้ามเนื้อตึงเกร็ง ความสามารถในการเคลื่อนไหวข้อต่ออาจลดลง เพราะกล้ามเนื้อเส้นเอ็นและกระดูกไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ
ภาวะปัจจัยก่อโรคภายนอกลมความเย็นและความชื้นมักพบในคนไข้ที่อยู่ในสภาพอากาศและอุณหภูมิแวดล้อมที่เย็นและชื้นเป็นระยะเวลานาน โดยที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายคนไข้ไม่สามารถต่อสู่กับปัจจัยก่อโรคภายนอกได้ มักพบว่าการทำงานของอวัยวะภายในไม่สมดุลอยู่แต่เดิม ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเมื่อย อาจมีอาการชาร่วมด้วย โดยอาการปวดจะแย่ลงอย่างชัดเจนเมื่อเจอความเย็น และรู้สึกดีขึ้นชัดเจนเมื่อได้รับการประคบอุ่น

ในผู้ป่วยสูงอายุที่มีอาการปวดสะโพกร้าวลงขามักพบว่ามีภาวะตับและไตพร่อง ในทางการแพทย์แผนจีนมองว่าตับจะดูแลเส้นเอ็นและไตจะดูแลกระดูก เมื่ออายุมากขึ้นอวัยวะต่างๆ มักเสื่อมลง(หรือความเสื่อมอาจเกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมได้) เส้นเอ็นขาดความยืดหยุ่น กระดูกขาดความแข็งแรง สรีระร่างกายเกิดความไม่สมดุลจนกลายเป็นโรคปวดต่างๆ ได้

แพทย์แผนจีนมองว่า ร่างกายจะแข็งแรงเมื่อทุกอวัยวะในร่างกายทำงานได้ดีและสัมพันธ์กัน เลือดคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ และชี่คือพลังงานในการขับเคลื่อนการทำงานต่างๆของร่างกาย ชี่จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีเลือดเพียงพอ และเลือดจะเคลื่อนที่ไปได้ก็ต่อเมื่อมีชี่เพียงพอ ดังนั้นหากเกิดปัญหากับเลือดหรือชี่ อีกตัวหนึ่งก็จะมีปัญหาตามไปด้วย อย่างที่ทุกคนทราบกัน กล้ามเนื้อก็เป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่ต้องการการหล่อเลี้ยงจากเลือดและชี่ หากเกิดภาวะที่ชี่และเลือดพร่องหรือติดขัด การหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ก็จะเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อได้ เช่น ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อขาดควมแข็งแรงและความยืดหยุ่น และหากกล้ามเนื้อขาดการหล่อเลี้ยงจากเลือดและชี่ไปเรื่อยๆ กล้ามเนื้อก็จะฝ่อลงในที่สุด

อาการปวดสะโพกร้าวลงขาหรือ sciatica สามารถเริ่มจากการไหลเวียนเลือดและชี่ที่ไม่ปกติ เมื่อเวลาผ่านไปก็จะกระทบกับการทำงานของอวัยวะต่างๆ ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง ร่างกายไม่สามารถรับมือกับปัจจัยก่โรคจากภายนอกได้ หรืออาจเกิดจากร่างกายอ่อนแอเป็นทุนเดิม การทำงานของอวัยวะต่างๆไม่สมดุลจึงทำให้เลือดและชี่ไม่เพียพอและเกิดการติดขัด โดยสาเหตุการเกิดภาวะต่างๆ มักมาจากความเคยชินในการใช้ชีวิต อาหารการกิน สภาพแวดล้อมและภูมิอากาศ รวมไปถึงการแก่ชราและความเสื่อมตามอายุขัยด้วย การรักษาในทางการแพทย์แผนจีนจะแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ร่วมกับการทำหัตถการฟังเข็มครอบแก้วหรือการทานยาจีนโดยพิจารณาตามความเหมาะสมของอาการและภาวะร่างกายของคนไข้
การรักษา
จุดฝังเข็มหลักที่นิยมใช้ในการรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขาเช่น เยาหยางกวน(DU3) หวนเที่ยว(GB30) ยินเหมิน(BL37) เหว่ยจง(BL40) เฉิงชาน(BL57) และจุดกดเจ็บ




