“คุณหมอคะฉันเป็นไหล่ติด” เป็นประโยคที่นักกายภาพบำบัดอย่างดิฉันได้ยินบ่อยในชีวิตการทำงาน ผู้ป่วยหัวไหล่ส่วนใหญ่มักจะพูดประโยคนี้ขึ้นต้นเสมอเวลาซักประวัติ แต่มีสักกี่คนกันที่เป็นไหล่ติดจริงๆ 

Frozen shoulder หรือ อาการไหล่ติด เป็นอาการที่เกิดมาจากการอักเสบหรือเสื่อมของผังผืดหุ้มข้อไหล่ (adhesive capsulitis) เหนี่ยวนำให้เกิดการเจ็บปวดจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้และเกิดเป็นอาการไหล่ติดตามมา ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดกับคนที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไปหากเกิดกับคนที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี เรามักจะไม่เรียกปัญหานี้ว่า Frozen shoulder

โดยอาการที่เกิดขึ้นนี้จะมีทั้งหมด 4 ระยะ

  • ระยะเจ็บปวด (Painful stage): ในระยะ 3 เดือนแรก อาการติดยังไม่มากแต่จะมีอาการเจ็บมากจากการอักเสบ จนไม่สามารถขยับหัวไหล่ได้
  • ระยะเริ่มติด (Freezing stage): 3-9 เดือน หัวไหล่จะเริ่มติดมากขึ้นยังมีอาการเจ็บมากและจำกัดการเคลื่อนไหวจนไม่สามารถทำบางกิจกรรมที่เคยทำได้
  • ระยะติด (Frozen stage): 9-15 เดือน หัวไหล่จะติดทุกการเคลื่อนไหวแต่เจ็บน้อยลง หัวไหล่จะมีผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนไข้มากขึ้น
  • ระยะการสลาย (Thawing stage): 15-24 เดือน หัวไหล่ที่ติดจะค่อยๆ ดีขึ้น องศาการเคลื่อนไหวจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น อาการเจ็บแทบไม่มี และหลังจาก 20-24 เดือน อาการทั้งหมดสามารถหายไปเองได้

จากระยะทั้งหมดของข้อไหล่ติดทำให้เห็นว่าจริงๆ แล้วนั้นอาการไหล่ติดสามารถหายเองได้แม้ไม่ได้รับการรักษา แต่จะใช้ระยะเวลานานกว่า 2 ปี ซึ่งในสำหรับผู้ป่วยบางรายก็สามารถอดทนกับมันแล้วผ่านทุกระยะไปได้ แต่ส่วนใหญ่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ พอถึงระยะเริ่มติด (Freezing stage) ผู้ป่วยมักจะทนกับอาการเจ็บปวดไม่ไหว เพราะกระทบกับชีวิตประจำวัน เช่น ไม่สามารถติดตะขอเสื้อชั้นในได้ ไม่สามารถหวีผมได้ ไม่สามารถนอนหลับทับข้างที่เจ็บได้ ไม่สามารถยกของหรือยกแขนสูงเหนือศีรษะได้ และกิจกรรมอื่นๆ ที่เคยเป็นกิจวัตรประจำวันง่ายๆ ก็ไม่สามารถทำได้เหมือนปกติ พอกระทบกับชีวิตประจำวันผู้ป่วยจึงรีบมาพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดทันที

ซึ่งจริงๆ แล้ว การมาพบนักกายภาพบำบัดตั้งแต่ระยะแรกๆ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการรักษาควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ ในระยะที่ยังไม่มีการติดของข้อต่อ หรือ ยังอยู่ในระยะอักเสบ เพื่อลดการอักเสบ ลดความเจ็บปวด และพยายามรักษาองศาการเคลื่อนไหวเอาไว้ จะทำให้คนไข้สามารถหายได้เร็วกว่าปล่อยทิ้งเอาไว้ให้หายเอง

จากประสบการณ์ที่ดิฉันเคยรักษาผู้ป่วยไหล่ติดมา ส่วนใหญ่มักจะใช้ระยะเวลาการรักษาประมาณ 1-6 เดือน ในความถี่ของการรักษา 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของอาการหัวไหล่ติด หากอยู่ในระยะท้ายๆ ที่ข้อไหล่มีการติดมากแล้ว มักจะใช้เวลานานในการรักษาให้องศาการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นหรือกลับมาเป็นปกติ บางรายอาจจะใช้เวลามากกว่า 6 เดือน 

โดยการรักษาทางกายภาพบำบัด ได้แก่

  1. การคลายกล้ามเนื้อโดยการนวด: การนวดช่วยในการคลายกล้ามเนื้อที่หดตัวหรือติดอยู่ เพื่อลดความตึงเครียดและเสริมการไหลเวียนของเลือดในพื้นที่ที่มีอาการ
  2. การลดความเจ็บปวดด้วยเทคนิกหรือเครื่องมือทางกายภาพบำบัด: ใช้เทคนิกหรือเครื่องมือเช่น ultrasound, electrical stimulation) เพื่อลดอาการปวดและช่วยในการควบคุมการตึงเครียดของกล้ามเนื้อ
  3. การยืดกล้ามเนื้อ: การยืดกล้ามเนื้อหลังจากที่ไหล่ติดมา จะช่วยเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวและลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้
  4. การยืดเส้นเอ็นรอบหัวไหล่และผังผืดหุ้มหัวไหล่ (Shoulder’s capsule): การยืดเส้นเอ็นและผังผืดช่วยในการเพิ่มความยืดหยุ่นของหัวไหล่ที่ติดมา ช่วยในการคืบคลานของข้อไหล่ได้
  5. การขยับข้อต่อด้วยเทคนิค Mobilization: การใช้เทคนิคการขยับข้อต่อเพื่อช่วยในการคืบคลานของข้อไหล่และเพิ่มองศาการเคลื่อนไหว
  6. การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่: การทำกิจกรรมที่เน้นการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ เช่น การฝึกหมุนและยกแขน เพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่น
  7. การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงกลุ่มกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่: การฝึกเพื่อเพิ่มพลังและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่รอบหัวไหล่ เพื่อช่วยในการรักษาความยืดหยุ่นและป้องกันการกลับมาของอาการ

ซึ่งหัวใจสำคัญของอาการไหล่ติดคือการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ เพราะหากข้อไหล่สามารถขยับได้องศาเพิ่มขึ้น ฟังก์ชั่นการทำงานของกล้ามเนื้อรอบๆ ก็จะกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น หลังจากที่กล้ามเนื้อทำงานได้เป็นปกติ อาการปวดของผู้ป่วยก็จะลดลง ดังนั้นการให้ความร่วมมือของผู้ป่วยก็เป็นสิ่งสำคัญ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนที่จะสามารถออกกำลังกายใดใดได้ สิ่งที่นักกายภาพบำบัดอย่างดิฉันมักจะทำเป็นอย่างแรกคือการลดความเจ็บปวดก่อนเสมอ เพราะถ้าหากคนไข้ยังเจ็บมากอยู่ก็อาจจะไม่อยากออกกำลังกายหรือในทางที่แย่ที่สุด คืออาจจะไม่อยากทำการรักษาต่อเพราะกลัวเจ็บ ดังนั้นเวลารักษาผู้ป่วยหัวไหล่ต้องมีความใจเย็น มีความอดทน ทั้งนักกายภาพบำบัดและผู้ป่วย

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว มีใครสงสัยว่าตัวเองกำลังเป็น Frozen shoulder หรือ ภาวะหัวไหล่ติด อยู่บ้างไหมคะ? ถ้าหากมี ดิฉันมีท่าออกกำลังกายง่ายๆ เพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวด้วยตัวเองมาฝาก

ท่าไต่กำแพงด้านหน้า (climbing wall)

เป็นท่าง่ายๆ เพื่อเพิ่มองศาการยกหัวไหล่ เริ่มต้นที่ใช้นิ้วมือไต่ไปตามกำแพง จนกว่าจะรู้สึกถึงความเจ็บปวด พอเริ่มรู้สึกสามารถขยับเพิ่มองศาขึ้นอีกนิด เพื่อให้องศาการยกหัวไหล่เพิ่มขึ้น
10 ครั้ง วันละ 1-2 เวลา

ท่าไต่กำแพงด้านข้าง (Abduction climbing wall)

เริ่มต้นที่ใช้นิ้วมือไต่ไปตามกำแพงด้านข้าง จนกว่าจะรู้สึกถึงความเจ็บปวด พอเริ่มรู้สึกสามารถขยับเพิ่มองศาขึ้นอีกนิด เพื่อให้องศาการยกหัวไหล่ด้านข้างเพิ่มขึ้น
10 ครั้ง วันละ 1-2 เวลา

ท่าหมุนหัวไหล่ (Pendulum exercise)

ยืนและก้มตัวไปด้านหน้า หมุนแขน ข้างที่เจ็บเป็นวงกลมเริ่มจากเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร และค่อยๆ ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ทำซ้ำ 10 ครั้ง วันละ 1-2 เวลา

ท่ายกแขนโดยใช้ไม้ช่วยดัน (Shoulder Flexion with stick)

ท่าเพิ่มองศาการยกแขนโดยใช้ไม้ช่วย ผู้ป่วยสามารถหาอุปกรณ์ง่ายๆ ได้ที่บ้าน เช่นไม้กวาด ท่อพีวีซี หรืออุปกรณ์ที่เป็นลักษณะคล้ายท่อนไม้
เริ่มต้นด้วยการค่อยๆ ยกแขน พอข้างที่เจ็บขยับสุดการเคลื่อนไหวแล้วก็ขยับข้างปกติขึ้นอีกนิด เพื่อให้องศาการยกหัวไหล่เพิ่มขึ้น
ทำ 10 ครั้ง วันละ 1-2 เวลา

ท่ายกแขนไปด้านหลังโดยใช้ไม้ช่วยดัน (Shoulder Extention with stick)

เริ่มต้นด้วยการค่อยๆ ขยับแขนไปด้านหลังช้าๆ พอข้างที่เจ็บขยับสุดการเคลื่อนไหวแล้วก็ขยับข้างปกติไปอีกนิด เพื่อให้องศาการยกหัวไหล่ด้านที่เจ็บเพิ่มขึ้น
ทำ 10 ครั้ง วันละ 1-2 เวลา

ท่ามือไพล่หลังโดยใช้ไม้ช่วยดัน (Shoulder Hand behind back with stick)

เริ่มต้นด้วยขยับแขนข้างที่เจ็บไพล่ไปด้านหลังช้าๆ ข้างปกติจับไม้ด้านบนแล้วค่อยๆ ดึงขึ้นไปเหนือศีรษะ เพื่อให้องศาการไพล่หัวไหล่ด้านที่เจ็บเพิ่มขึ้น
ทำ 10 ครั้ง วันละ 1-2 เวลา

ท่ายกแขนไปด้านข้างโดยใช้ไม้ช่วยดัน (Shoulder Abduction with stick)

เริ่มต้นด้วยการค่อยๆ ขยับแขนไปด้านข้างช้าๆ พอข้างที่เจ็บขยับสุดการเคลื่อนไหวแล้วก็ขยับข้างปกติไปอีกนิด เพื่อให้องศาการยกหัวไหล่ด้านที่เจ็บเพิ่มขึ้น
ทำ 10 ครั้ง วันละ 1-2 เวลา

ท่ายกแขนในท่านอน (Shoulder Flexion on lying)

ท่าเพิ่มองศาการยกแขนโดยใช้แรงโน้มถ่วงช่วย
เริ่มต้นด้วยการนอนหงายในท่าทางสบาย ขยับแขนยกขึ้นไปช้าๆ พอข้างที่เจ็บขยับสุดการเคลื่อนไหวแล้ว ข้างปกติอาจจะกดช่วยขยับไปอีกนิด เพื่อให้องศาการยกหัวไหล่ด้านที่เจ็บเพิ่มขึ้น
ทำ 10 ครั้ง วันละ 1-2 เวลา

ท่ายกแขนข้ามลำตัวในท่านอน (Shoulder Horizontal adduction on lying)

เริ่มต้นด้วยการนอนหงายในท่าทางสบาย ขยับแขนยกขึ้นไปด้านตรงข้ามช้าๆ พอข้างที่เจ็บขยับสุดการเคลื่อนไหวแล้ว ข้างปกติอาจจะช่วยกดไปอีกนิด เพื่อให้องศาการยกหัวไหล่ด้านที่เจ็บเพิ่มขึ้น
ทำ 10 ครั้ง วันละ 1-2 เวลา

ถ้าคุณสามารถออกกำลังกายเพิ่มการเคลื่อนไหวข้อไหล่ได้อย่างเป็นกิจวัตร อาการหัวไหล่ติดก็สามารถหายได้เร็วขึ้น แทนที่จะใช้เวลานานกว่า 2 ปี ดังนั้นหากใครที่คิดว่ากำลังมีอาการนี้อยู่ ก็อย่าลืมหมั่นออกกำลังกายเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่กันนะคะ

Q&A

Q: ฉันแทบไม่ค่อยได้ใช้งานแขนหรือหัวไหล่เลย ทำไมอาการนี้ถึงเกิดขึ้นมาได้?
A: อาการนี้เกิดจากการอักเสบของผังผืดหุ้มข้อไหล่จากการกดทับ,จากการใช้งานมากเกินไป หรือ จากความเสื่อม ดังนั้นหากผู้ป่วยที่ไม่ค่อยได้ใช้งานหัวไหล่แต่เกิดอาการนี้ขึ้น ก็อาจจะเกิดมาจากการเปลี่ยนของโครงสร้าง เช่น ไหล่งุ้ม คอยื่น ซึ่งจะทำให้เกิดการกดทับลงบนผังผืดหุ้มข้อไหล่ได้ง่ายโดยที่เราไม่ได้ใช้งาน

Q: หากปล่อยอาการนี้ไว้สองปีสามารถหายเองได้จริงหรือ?
A: สามารถหายเองได้จริงค่ะ ผังผืดที่ติดจะค่อยๆ สลายตัวลงหลังจากการอักเสบหายไป แต่หากคนไข้ยังใช้งานหัวไหล่หนักจนไม่ได้พัก การอักเสบจะยังคงอยู่และเกิดผังผืดก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ อาจจะทำให้ระยะเวลาการรักษาตัวเองของร่างกายนานขึ้น

Q: ในระยะที่สองและสามสามารถออกกำลังกายเพิ่มการเคลื่อนไหวได้จริงหรือ? จะไม่ทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้นใช่หรือไม่?
A: สามารถทำได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักกายภาพผู้รักษา หลังจากตรวจประเมินแล้วนักกายภาพจะประเมินจำนวนและความหนักของการออกกำลังกายตามอาการ เพื่อให้ไม่กระทบกับการรักษาตัวเองของร่างกายและไม่หนักเกินไปจนเกิดการอักเสบขึ้นแทนที่จะหาย

Q: การป้องกันไหล่ติด ทำได้อย่างไร?
A: ออกกำลังกายเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อไหล่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่งานหัวไหล่เกินความจำเป็น เช่น ยกของหนักมาก ใช้งานแขนหรือไหล่เป็นระยะเวลานาน ไม่ทำซ้ำในท่าทางเดิมๆ นาน หมั่นยืดกล้ามเนื้อและปรับโครงสร้างของหัวไหล่เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับผังผืดหุ้มข้อไหล่ พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเพิ่มการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย

กภ.สิมิลัน อินสว่าง
นักกายภาพบำบัด

Pain Away WhatsApp Account
Pain Away LINE Account
Book Appointment