อาการปวดเอว หรือหลังส่วนล่าง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุทั้งกล้ามเนื้อบริเวณหลังตึงจากการใช้งาน ที่ต้องก้มหรือบิดเอวเป็นประจำ ยืน เดิน และนั่งเป็นเวลานานหรืออาจมาจากกระดูกสันหลังบริเวณเอวเบียดกัน จากการทรงท่าผิดๆ อาจทำให้เกิดอาการปวด รวมถึงชาร้าวลงขาได้ ซึ่งในบทความนี้จะเน้นสาเหตุอาการปวดหลังมาจากการทรงท่าเป็นหลัก

โดยปกติแล้ว หลังส่วนล่างจะมีส่วนโค้งคล้ายตัวซีเล็กน้อย ประมาณ 40-60 องศา โดยอาการปวดที่เกิดจากการทรงท่าบริเวณหลังส่วนล่างนี้ เกิดขึ้นได้ 2 ลักษณะ คือ

1. หลังส่วนล่างมีส่วนโค้งมากกว่าปกติ เมื่อมีการตึงตัวของกล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกทางด้านหน้า รวมทั้งมีความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง และกล้ามเนื้อก้น จะทำให้มีส่วนโค้งบริเวณหลังส่วนล่างมากขึ้น

2. หลังส่วนล่างมีส่วนโค้งน้อยกว่าปกติ เกิดจากมีการตึงตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้อง และกล้ามเนื้อก้น รวมทั้งมีความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหลัง ซึ่งมาจากการนั่งเป็นเวลานาน จะทำให้มีส่วนโค้งบริเวณหลังส่วนล่างน้อยลง

ในทั้ง 2 ลักษณะนี้ เป็นการทรงท่าที่ไม่ถูกต้องเกิดความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ ทำให้มีแรงกดทับต่อกระดูกสันหลัง มากขึ้น จึงเกิดอาการปวดหลังส่วนล่างได้ ดังนั้น การแก้ปัญหาอาการปวดหลังส่วนล่าง จึงต้องโฟกัสไปที่การทรงท่า (Posture) โดยสามารถแก้ไขการทรงท่าได้จาก การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง หรือถูกยืดตลอดเวลา (Strengthening exercise) และนวดคลายกล้ามเนื้อชั้นลึก (Deep tissue massage) รวมถึงยืดคลายกล้ามเนื้อที่มีการหดตัว (Stretching exercise) เพื่อปรับท่าทางให้กลับมาอยู่ในองศาที่ปกติ นอกจากนี้ ยังมีการรักษาด้วยเครื่องทางกายภาพบำบัด นั่นคือเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า เครื่องอัลตราซาวด์ การรักษาด้วยคลื่นกระแทก และเลเซอร์ เพื่อลดอาการปวดได้อีกด้วย

ตัวอย่างการนวดคลายกล้ามเนื้อชั้นลึกและจัดโครงสร้างกระดูก

ขั้นตอนการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว

1. เริ่มด้วยท่านอนหงาย ชันเข่าขึ้นสองข้าง ใช้เข่าหนีบบอล กดหลังลงกับพื้นแล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้น 90 องศา หายใจเข้าออกปกติ ค้างไว้ 10 วินาที/ครั้ง 10ครั้ง/เซต 3เซต/วัน

2. เริ่มด้วยท่าตั้งคลาน เหยียดแขนซ้ายและขาขวาให้ตรง ขนานกับพื้น สลับข้าง 10-15ครั้ง/เซต 3เซต/วัน

ขั้นตอนการยืดกล้ามเนื้อหลัง

1. เริ่มจากท่าตั้งคลาน เอนตัวไปด้านหน้าลงน้ำหนักที่แขนทั้งสองข้าง กดสะโพกลงแนบกับพื้น เงยศีรษะขึ้น ค้างไว้ 10 วินาที

2. เริ่มจากท่าที่ 1 ยกตัวขึ้นกลับท่าตั้งคลาน หลังจากนั้นเอนตัวไปด้านหลังถ่ายน้ำหนักลงที่ขาทั้งสองข้าง ค้างไว้ 10 วินาที

ตัวอย่างเครื่องมือทางกายภาพบำบัด

เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Elastical stimulation)

เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound)

คลื่นกระแทก (Shock wave)

เครื่องเลเซอร์ (Laser)

โดยคลินิกของเรา Pain away clinic จะมีการถ่าย Posture report ซึ่งแสดงถึงการทรงท่าของแต่ละบุคคล โดยรายงานการทรงท่านี้จะสามารถบอกถึงบริเวณที่มีกล้ามเนื้อหดตัวหรือตึงตัวผิดปกติ ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางในการรักษา การออกกำลังและการคลายกล้ามเนื้อ เพื่อปรับเปลี่ยนท่าทางให้อยู่ในลักษณะที่ถูกต้อง จะช่วยลดอาการปวดหลังในระยะยาวได้

 

มุมมองในทางแพทย์แผนจีน

อาการปวดหลังส่วนล่าง เป็นอาการที่คนไข้รู้สึกปวดบริเวณหลังส่วนล่าง อาการปวดสามารถเกิดทั้งสองข้าง หรือข้างใดข้างหนึ่ง หรือปวดบริเวณกระดูกสันหลัง การเกิดขึ้นมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ เช่น การสัมผัสกับอากาศภายนอก การบาดเจ็บจากการล้ม อายุที่มากขึ้น ความอ่อนแอทางร่างกาย การทำงานหนักเกินไป และปัจจัยอื่นๆ เป็นต้น

การปวดหลังกับแนวคิดทางศาสตร์แผนจีน จะเกี่ยวข้องกับ
1.อวัยวะไต :อวัยวะไตอยู่บริเวณหลังส่วนล่าง เเละมักจะเป็นบริเวณที่ปวด
2.เส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ : อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง กับ ขอบสะบักด้านใน
3.เส้นลมปราณตู : อยู่ตรงกับกระดูกสันหลัง
ดังนั้นการรักษาจึงเน้นไปที่เส้นลมปราณเหล่านี้เป็นหลัก

สาเหตุพื้นฐานการเกิดโรค ได้แก่
~ ปัจจัยภายนอก คือ ได้รับความเย็นจากภายนอก ทำให้เส้นลมปราณขาดความอบอุ่น เกิดการอุดตันไม่ไหลเวียนของชี่และเลือดในเส้นลมปราณ หรือเกิดการบาดเจ็บ ทำให้เลือดคลั่งภายในและเกิดการไม่ไหลเวียนของชี่และเลือด
~ ปัจจัยภายใน คือ ความพร่องของชี่และเลือด และขาดการบำรุงในเส้นลมปราณ

จุดหลักในการฝังเข็ม : 大肠俞 (Dàchángshū) ,阿是穴(Āshìxuè),委中(Wěizhōng)。

จุด ต้าฉางซู 大肠俞 (Dàchángshū) คือตั้งอยู่ที่ระดับข้อต่อที่สี่ ของกระดูกสันหลังส่วนล่าง (L4) ซึ่งถือเป็นจุดที่อยู่ในเส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ ต้าฉางซูอยู่บริเวณหลังส่วนล่าง ฝังเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเลือดและชี่บริเวณหลังส่วนล่าง

จุด อาซื่อ 阿是穴 (Āshìxuè) ในการแพทย์แผนจีนหมายถึง “จุดที่เจ็บ” โดยมักจะเป็นจุดที่มีความรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายเมื่อสัมผัส
ในทางคลินิก จุดนี้มักถูกใช้ในการฝังเข็มหรือการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหรืออาการไม่สบาย โดยจะเน้นการรักษาที่ตำแหน่งที่รู้สึกเจ็บหรือไม่สบายเพื่อช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

จุด เหว่ยจง (委中, Wěizhōng) ตั้งอยู่ตรงกลางของข้อพับหลังเข่า และเป็นจุดสำคัญในเส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ จุดนี้มักถูกใช้ในการรักษาอาการปวดหลังและบริเวณหลังล่าง แม้ว่าจะอยู่ห่างจากหลังส่วนล่าง แต่การกระตุ้นจุดนี้สามารถช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเลือดและชี่ในบริเวณหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การรักษาอาการปวดหลังส่วนล่างสามารถทำได้โดยการใช้การครอบแก้ว การครอบแก้วเป็นวิธีที่สามารถใช้ได้กับหลายส่วนของร่างกาย แต่สำหรับอาการปวดหลัง ควรครอบแก้วที่แผ่นหลังทั้งหมด เนื่องจากเส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะและเส้นลมปราณตูวิ่งผ่านบริเวณนี้

การรักษาจะเน้นการครอบแก้วในบริเวณที่ผู้ป่วยรู้สึกปวด ซึ่งรวมถึงเส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะและเส้นลมปราณตู

Q&A

Q: ปวดหลังล่างต้องรักษานานไหมกว่าจะหาย
A: ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ รวมทั้งพฤติกรรมของคนไข้ที่จะต้องปรับท่าทางให้ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อป้องกันอาการปวดหลังในระยะยาว

Q: ทำไมถึงปวดหลัง
A: อาการปวดหลังเกิดได้หลายสาเหตุ อาจเกิดจากกล้ามเนื้อหลังตึง การอยู่ในท่าเดิมนานๆ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท การบาดเจ็บจากการใช้งาน ความเสื่อมเนื่องจากวัย หรืออุบัติเหตุ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละบุคคล หากมีอาการปวดหลังเรื้อรังนานกว่า 4 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการ และรับการรักษาอย่างถูกวิธี

Q: ปวดหลังล่างรักษาหายขาดได้ไหม
A: ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไข้ หากมีการออกกำลังกาย และยืดกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม มีการทรงท่าที่ถูกต้องเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดแรงต่อกระดูกสันหลังที่มากเกินไป ก็สามารถรักษาจนหายขาดได้

Pain Away WhatsApp Account
Pain Away LINE Account
Book Appointment