ปกติอาการปวดเอวหรือหลังส่วนล่างเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยมาก ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเรื้อรังที่บางครั้งไม่สามารถหาสาเหตุได้ชัดเจน วิธีการทางการแพทย์แบบดั้งเดิมก็มักจะมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับปัญหาทางกายภาพในบริเวณเอวและหลังส่วนล่างด้วยวิธีต่าง ๆ ทั้งการทำกายภาพบำบัด นวด ฝังเข็ม หรีอผ่าตัด แต่ก็ไม่หายขาดสักทีจนทำให้ผู้ป่วยถอดใจและยอมรับอาการปวดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาทั้งที่ไม่จำเป็น ทั้งที่สาเหตุของอาการปวดหลังนั้นอาจเป็นผลลัพธ์จากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในชีวิตประจำวันของพวกเขาก็ได้ ดังนั้นการรักษาโดยที่ไม่หาสาเหตุของปัญหานั้นย่อมไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไร การหาสาเหตุของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่พบได้ในชีวิติประจำวันจึงเป็นเรื่องสำคัญเช่น

เตียงหรือเบาะรองนอนที่เก่าเกินไป
คนทุกคนมีลักษณะทางกายภาพที่ต่างกันดังนั้นจึงต้องการชนิดของเตียงหรือเบาะที่รองรับต่างกัน บางคนอาจคิดว่ายิ่งที่นอนยิ่งแข็งมากเท่าไหร่ยิ่งดี จึงนอนบนที่นอนที่แข็งและไม่รองรับสรีระหรือส่วนโค้งในร่างกายของพวกเขา จึงทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวสะสม หรือในทางตรงข้ามการนอนบนที่นอนที่นิ่มและเก่าเกินไปก็ไม่ช่วยรองรับน้ำหนักอะไรเลย ทำให้ปวดได้เช่นเดียวกัน

ที่นั่งในรถหรือที่ทำงานที่ให้การรองรับที่ไม่เหมาะสมต่อสรีระ
การใช้หมอนรองหลังหรือเก้าอี้ที่ช่วยกระจายน้ำหนักของให้ลงมาที่ปุ่มกระดูกนั่งหรือ ischial tuberosity ก็สามารถช่วยลดปัญหาการปวดหลังได้มากขึ้นเนื่องจากช่วยให้กระดูกสันหลังช่วงล่าง (lumbar spine) อยู่ในสรีระที่เหมาะสมขณะนั่ง การนั่งบนโซฟาเป็นเวลานาน ๆ ก็ป็นอีกหนึงในสาเหตุที่ทำให้ปวดหลังเช่นกันเนื่องจากไม่มีการรองรับสรีระที่ดี

การออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมในคลาสเรียน
บางครั้งระหว่างออกกำลังกายในคลาสเรียนตามที่เทรนเนอร์หรือผ็ฝึกสอนบอกอาจทำให้เราต้องฝีนทำในท่าที่เรามีอาการปวดได้เพราะทุกคนต้องออกกำลังกายในท่าเดียวกันแต่ทุกคนมีสรีระหรือปัญหาที่ไม่เหมิอนกัน ดังนั้นการฝืนออกกำลังกายต่อเนื่องในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นประจำย่อมส่งผลให้เกิดปัญหาอาการปวดหรือบาดเจ็บเรื้อรังได้

การทำพฤติกรรมหรือนิสัยที่ไม่ดีต่อสรีระ
การยืนถ่ายน้ำหนักลงขาข้างเดียว การโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อแปรงฟันหรือล้างจาน การก้มหน้าพิมพ์โทรศัพท์เป็นประจำ การลุกจากที่นอนตอนตื่นนอนตอนเช้าหรือการลุกจากโดยใช้กล้ามเนื้อหลัง  พฤติกรรมง่าย ๆ เหล่านี้อาจทำให้คุณมีอาการปวดหลังเรื้อรังได้จึงควรได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง

การรักษาอาการปวดด้วยตนเอง
นอกจากการแก้สาเหตุจะมีความสำคัญมาก การจัดการกับอาการปวดด้วยตนองก็ไม่ควรมองข้ามด้วยเช่นเดียวซึ่งมีวิธีการง่าย ๆ ดังนี้

กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดรฟินของตัวคุณเอง
เอ็นโดรฟินเป็นฮอร์โมนที่ผลิตตามธรรมชาติที่พบได้ในร่างกายของคุณ คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ว่าฮอร์โมนมีฤษธิ์เทียบเท่าหรือมากกว่ากับยาแก้ปวดปกติที่เราใช้เป็นประจำ เมื่อเอ็นโดรฟินถูกปล่อยออกมามันจะช่วยลดการส่งสัญญาณความเจ็บปวดที่จะส่งไปที่สมองของคุณทำให้อาการปวดลดลง นอกจากนี้เอ็นโดรฟินขช่วยลดความเครียดและภาวะซึมเศร้าซึ่งเกี่ยวข้องกับอาการปวดหลังเรื้อรังและมักทำให้อาการปวดแย่ลงได้อีกด้วย การออกกำลังกายแบบแอโรบิต นวดผ่อนคลาย หรือนั่งสมาธิจะช่วยกระตุ้นการหลั่งเอ็นโดรฟินได้

นอนหลับพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูอย่างเพียงพอ
อาการปวดมักจะนำไปสู่การนอนหลับไม่สนิท หลับยาก หรือ คุณภาพการนอนไม่ดี ผู้ป่วยประมาณ 2ใน 3 ที่มีอาการปวดเอว ปวดหลัง มักมีปัญหาเรื่องการนอนร่วมด้วย ซึ่งการนอนที่ไมดีนั้นจะกระตุ้นให้ประสาทที่รับรู้อาการเจ็บปวดตื่นตัวมากขึ้นทำให้อาการปวดเอวและหลังแย่ลง ดังนั้นหากต้องการแก้ปัญหาการปวดเอวและหลัง ควรนำเรื่องรักษาคุณภาพการนอนเข้ามีส่วนด้วยเพราะการได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยลดอาการปวดได้

เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวของคุณ
กล้ามนื้อแกนกลางเป็นตัวช่วยพยุงร่างกายของคุณให้ตรง สร้างความสมดุลของร่างกายตั้งแต่บริเวณสะโพก หลัง ไปจนถึงหัวไหล่ ช่วยรับน้ำหนักจากกระดูกสันหลังและป้องกันอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อต่างๆอีกด้วย ดังนั้นการออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดอาการปวดเอวและหลังได้

ลดอาการปวดด้วยการประคบความร้อน
การใช้ความร้อนมีประโยชน์หลัก ๆ คือ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดและจะช่วยเร่งการฟื้นฟูของร่างกายในบริเวณที่ได้รับความร้อน นอกจากนี้อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อที่ตึงหรือเกร็งคลายตัวลง และยังช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายหรือเกิดความเสียหายให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

ลดอาการปวดด้วยการประคบความเย็น
การใช้ความเย็นมีประโยชน์หลัก ๆ คือ ช่วยลดการอักเสยและชะลอการกระตุ้นเส้นประสาทซึ่งทำให้เส้นประสาทจากการกระตุก ทำให้ลดอาการปวดเอวและหลังได้ ปกติการประคบเย็นจะใช้ในเวลาที่เกิดการบาดเจ็บเฉียบพลันร่วมกับมีการบวมหรือต้องการลดอาการปวดในทันที แต่ถ้าเป็นปวดร่วมกับมีอาการตึงกล้ามเนื้อ ควรใช้การประคบร้อนจะมีประโยชน์มากกว่าประคบเย็น

ยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (hamstring) อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังมีบทบาทสำคัญที่มีต่อการใช้งานกับข้อต่อหลัก 2 อัน คือ ข้อต่อสะโพกและหัวเข่า หากกล้ามเนื้อมัดนี้ตึงมากเกินไปจะส่งผลให้ข้อต่อสะโพกถูกดึงทำให้เกิดการตึงมากขึ้นของกล้ามเนื้อหลัง หากมีการหดตัวเป็นเวลานาน ๆ จะนำไปสู่อาการปวดได้ ดังนั้นการยืดกล้ามเนื้อมัดนี้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้งจะช่วยป้องกันและอาการปวดหลังได้

หากต้องปรีกษาเกี่ยวกับอาการปวดเอวและปวดหลังสามารถโทรมาปรึกษาเราได้ที่  02-258-1361,086-333-6877 หรือ ทางอีเมล์ contact@painawayclinic.com ครับ

 

Call Now Button